2008/Oct/02

กับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้

ไม่รู้จะพูดอะไรดี บอกตรงๆ

เพราะไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

คืออธิบายยาก และคงจะยากที่จะให้ใครมาเข้าใจ

แต่บอกตามตรงไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเอง

มีความสุขมาตลอด ใช้ชีวิตเงียบๆในป่าในเขามาตลอด

ไม่ค่อยออกไปมีปากมีเสียงกับใครเขานัก

อยู่แต่ในที่ที่เรามีเพื่อน มีคนที่เรารักอยู่

อยู่อย่างเงียบสงบและมีความสุขมาตลอดหลายปีที่เป็นนักเขียนฟิคมา

แต่จู่ๆก็เกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน

เพราะตัวหนังสือแค่ไม่กี่ตัว ที่ตีความไปคนละความหมาย

มิซากิไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้ว เขาหมายความว่ายังไงตัวหนังสือพวกนั้น

แต่แค่อยากบอกว่า ไม่ได้เป็นคนพูดเลยสักประโยค

ผู้จัดการเขาดูแลให้ เพราะเขาโตกว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าเราเยอะ

เขาตัดสินใจได้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี

ถ้าให้มิซากิพูดไปจะออกแนวโวยวายมากกว่าให้สัมภาษณ์

กลัวกลายเป็นเรื่องใหญ่ บวกกับเวลาไม่มี เลยให้ผู้จัดการไปทำหน้าที่แทน

ก็ขอบคุณผู้จัดการที่ไปสัมภาษณ์แทนมากนะคะ

แต่ไหงกลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปซะงั้น

แต่เหนือสิ่งอื่นใด

มิซากิเชื่อว่าผู้จัดการไม่เคยมีเจตนาไม่ดีอะไรกับใครทั้งนั้น

ถ้าเขามีเจตนาไม่ดีจริง เขาคงไม่ไปนั่งช่วยทำโปรเจคการกุศลอยู่แทบทุกโปรเจคแบบนี้หรอก

เขารักวงการนี้มากพอกับที่มิซากิรัก

เชื่อแบบนั้นมาตลอดและจะเชื่อตลอดไป...

 

แต่มิซากิรู้ว่าความรู้สึกนึกคิดของคนเรามันห้ามกันไม่ได้

มิซากิยังไม่ได้เข้าไปอ่านด้วยตัวเองหรอก

บอกตรงๆว่ากลัว กลัวทำใจไม่ได้

ยอมรับว่าตอนนี้เครียดมาก เครียดจนไม่รู้จะทำไงดี

คือเหมือนมาพูดแก้ตัว แต่ก็ไม่ใช่ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองมาอัพไดวันนี้เรื่องนี้ทำไม

คือเหมือนไม่เกี่ยวด้วยเลย แต่ก็เกี่ยวด้วย ชื่อเรามันใหญ่เบ้อเริ่มแบบนั้น

คือไม่รู้เรื่องแต่ก็เกี่ยวไปโดยปริยาย แบบนั้นรึเปล่านะ?

แต่ว่ายังไงดีน้า...อึดอัดน่ะ เศร้า เสียใจ หดหู่ นี่คืออารมณ์ตอนนี้จริงๆ

มิซากิไม่ใช่คนที่จะมานั่งเฟคว่าฉันแบบนั้นแบบนี้แน่นอน

คือประกาศตัวอยู่เสมอ ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันชอบของฉันแบบนี้ คิดแบบนี้ อะไรทำนองนี้

ไม่รู้สิ....เหนื่อยและหนักใจที่สุด

 

แต่ก็ขอบคุณน้องๆเพื่อนๆพี่ๆหลายคนที่เข้าใจมิซากิ

หลายคนทั้งที่สนิทและไม่สนิทที่มาปลอบใจ คอยคุยด้วยไม่ให้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้

ขอบคุณมากๆ ขอบคุณที่อยู่ข้างกันมาตลอด

ตอนนี้พวกคุณช่วยมิซากิไว้มากจริงๆค่ะ ช่วยฉุดไม่ให้มิซากิจมหายไปในความมืดมิด

มิซากิได้เรียนรู้ว่าบางครั้งการร้องไห้คนเดียวก็ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้น....

แต่การมีใครสักคนอยู่เคียงข้างในเวลาที่มืดมิดที่สุดต่างหากที่ทำให้เราไปต่อไปได้...

ขอแค่มีพวกคุณอยู่มิซากิเชื่อว่าตัวเองต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้แน่ๆ

ขอบคุณที่สุด

 

และที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้จะขอให้คนที่ไม่พอใจมาเห็นด้วยหรือพอใจกับตัวมิซากิ

คือคนไม่ชอบจะไปบังคับให้มาชอบก็ไม่ได้ มิซากิรู้ข้อนี้ดี

แต่แค่อยากบอกคนที่เคยรักกันมา เคยอยู่ข้างกันมาตลอด น้องๆพี่ๆทุกคนที่คอยอยู่ด้วยกัน

เดินมาด้วยกันบนทางสายนี้มาตลอดกับมิซากิ

ขอแค่คนที่รักมิซากิอย่าเข้าใจมิซากิผิดก็พอ...ไม่รู้สิ อธิบายความรู้สึกแบบนี้ไม่เก่งเลยจริงๆ

แต่อยากให้รู้ว่ามิซากิอยู่มาได้ มีมาจนถึงทุกวันนี้เพราะพวกคุณทุกคน

ยังรักพวกคุณทุกคนอยู่เสมอ รักมากที่สุด

เพราะพวกคุณคือส่วนนึงของชีวิตมิซากิเสมอมาและมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป

 

รักทุกคนเสมอ

 

Misaki